ASW กำไรQ1ลด29% เตรียมผุด 4 โครงการ มูลค่ารวม4.9พันล.

ข่าวสารอสังหาฯ

ASW กำไรQ1ลด29% เตรียมผุด 4 โครงการ มูลค่ารวม4.9พันล.

13 พ.ค. 2565 50 0

          ASW ลุยเปิดตัว 4 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 4,980 ล้านบาท ในไตรมาส 2/65 หนุนยอดขายทั้งปีแตะ 10,000 ล้านบาท พร้อมย้ำรายได้รวมปีนี้ 6,000 ล้านบาท ล่าสุดตุนแบ็กล็อกกว่า 8,207 ล้านบาท ส่วนงบไตรมาส 1/65 มีกำไรสุทธิ 225.90 ล้านบาท ลดลง 29.47%

          นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 2/2565 ความต้องการที่อยู่อาศัยจะมีทิศทางการเติบโตที่ดีขึ้น จากปัจจัยบวกลูกค้าเริ่มคลายความกังวลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 หลังภาครัฐยกเลิกมาตรการ Test & Go ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา รับนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ส่งผลให้กลุ่มตลาดที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมกลับมาได้รับความสนใจมากขึ้น

          โดยแผนการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 2/2565 บริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่ 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 4,980 ล้านบาท ได้แก่ 1.โครงการ แอทโมซ โฟลว์ มีนบุรี มูลค่าโครงการ 1,350 ล้านบาท, 2.โครงการ เอสต้า รังสิต-คลอง 2 มูลค่าโครงการ 680 ล้านบาท, 3.โครงการ แอทโมซ พอร์เทรต ศรีสมาน มูลค่าโครงการ 1,150 ล้านบาท และ 4.โครงการ เคฟ โคโลนี มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท

          ทั้งนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการในทุกด้าน และพร้อมเดินหน้าทำการการตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจับมือกับพันธมิตรนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเติมเต็มไลฟ์สไตล์ ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าด้วยการกลยุทธ์ที่บริษัทวางไว้ จะช่วยผลักดันยอดขายทั้งปีนี้ได้ตามที่ตั้งไว้ 10,000 ล้านบาท เติบโต 13% และมีรายได้รวมในปีนี้ 6,000 ล้านบาท เติบโต 19% ได้ตามเป้าหมาย โดยปัจจุบันมียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ารวมกว่า 8,207 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง

          สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 225.90 ล้านบาท ลดลง 29.47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 320.30 ล้านบาท ทั้งนี้ กำไรที่ลดลงเนื่องจากโครงสร้างต้นทุนขายที่แตกต่างกันของโครงการคอนโดมิเนียม และโครงการแนวราบแบรนด์ต่างๆ ที่โอนกรรมสิทธิ์บางส่วนถูกรับรู้ในส่วนที่เป็นของส่วนได้เสียที่ไม่มีอํานาจควบคุม อย่างไรก็ตาม บริษัทมีอัตราการทำกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 36% และอัตรากำไรสุทธิ (NP) ที่ 18% ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงหากเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

          ขณะเดียวกัน ในช่วงไตรมาส 1/2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ 1,118.09 ล้านบาท ลดลง 4.74% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการขายและบริการที่ 1,173.74 ล้านบาท โดยโครงการที่ทยอยโอนกรรมสิทธิ์หลัก ๆ ได้แก่ โครงการ แม็กซี่ ไพร์ม รัชดา-สุทธิสาร, โครงการแนวราบ บ้านภูริปุรี ลาดพร้าว 41,โครงการ เคฟทาวน์ ชิฟท์ และโครงการ โมดิซ สุขุมวิท 50 ซึ่งรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากไตรมาส 4/2564

ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น

คลิกเครื่องหมาย เพื่อเพิ่มลงตะกร้าเก็บทรัพย์ที่สนใจ หรือกดอีกครั้งเพื่อลบออก
คลิกเพื่อเลือก บ้านที่ต้องการแล้วกดปุ่ม "เปรียบเทียบ" ได้เลย