เอพีปังธงทำเลลาดพร้าวขนสต๊อก 400 ยูนิต ออกขาย

ข่าวสารองค์กร

เอพีปังธงทำเลลาดพร้าวขนสต๊อก 400 ยูนิต ออกขาย

25 มี.ค. 2563 13 0

          เอพีชูศักยภาพทำเลลาดพร้าว ทั้งเพื่ออยู่อาศัย-ลงทุน ชี้ผลตอบแทน 4-5% พร้อมขนสต๊อกกว่า 400 ยูนิตออกขาย จ่อเปิดขายไลฟ์ ลาดพร้าว-จตุจักรไตรมาส 2 พร้อมตั้งทีมวอร์รูมจับตาสถานการณ์โควิด-19 ใกล้ชิด

          นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการ ผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 บริษัทยังคงแผนการดำเนินงานเดิมเอาไว้ ซึ่งขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินสถานการณ์คาดว่าจะต้องรอหลังเมษายน อย่างไรก็ตามบริษัทได้ตั้งทีมวิร์รูมเพื่อจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมที่จะปรับแผนการดำเนินงานเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

          นอกจากนี้เอพีมีความพร้อมในการส่งโอนคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่โครงการ ไลฟ์ ลาดพร้าว มูลค่าโครงการ 8,000 ล้านบาท จำนวน 1,615 ยูนิต ให้ลูกค้าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยโครงการ LIFE ลาดพร้าว นับเป็นหนึ่งในไฮไลต์โปรเจกต์ร่วมทุนระหว่างเอพีและพันธมิตรญี่ปุ่น มิตซูบิชิ เอสเตท เรสซิเดนซ์ (บริษัทในเครือมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป) ด้วยศักยภาพโครงการตั้งอยู่บนที่ดินที่ดีที่สุดในทำเลลาดพร้าว 1 ก้าวจากบีทีเอสห้าแยกลาดพร้าว ล่าสุดเอพีได้ให้ลูกค้า LIFE ลาดพร้าว เข้าตรวจห้องชุดในเฟสแรกตามแผนที่วางไว้ (14-15 มีนาคมที่ผ่านมา) ลูกค้ากว่า 95% รับมอบห้องทันทีหลังตรวจเช็กในวันดังกล่าว

          ทั้งนี้ เอพี มีคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้าในทำเลลาดพร้าว ภายใต้แบรนด์ LIFE (ไลฟ์) เปิดตัวในย่านจำนวน 2 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 14,400 ล้านบาท ปัจจุบันเหลือขาย 422 ยูนิต ได้แก่ ไลฟ์ ลาดพร้าว ปัจจุบันเหลือขาย 80 ยูนิต และโครงการไลฟ์ ลาดพร้าว วัลเลย์ จำนวน 1,140 ยูนิต ปัจจุบันเหลือขาย 342 ยูนิต และเตรียมความพร้อมในการเปิดตัวโครงการใหม่ในย่านนี้อีก 1 โครงการ ได้แก่ ไลฟ์ ลาดพร้าว-จตุจักร จำนวน 401 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,100 ล้านบาท

          หากพิจารณาข้อมูลจากบิ๊กดาต้าย้อนหลัง 5 ปี พบการเปิดตัวของสินค้าคอนโดติดถนนหลักเส้นพหลโยธิน ตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินพหลโยธิน-สถานีรถไฟฟ้ารัชโยธิน ทั้งสิ้น 11 โครงการ จำนวน 8,263 ยูนิต ในราคาขายเฉลี่ย 145,000 บาท/ตร.ม. มียอดขายรวมแล้วกว่า 74% หากเจาะข้อมูลดีมานด์ในแต่ละสถานีพบว่า สถานีที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ สถานีบีทีเอสห้าแยกลาดพร้าวที่มีอัตราการตอบรับที่ดีที่สุด ยอดขายรวม 82% มียูนิตคงเหลือขายประมาณ 490 ยูนิตเท่านั้น ขณะที่คอนโดมิเนียมในกลุ่มสินค้ารีเซลก็พบการปรับตัวของราคาขึ้นมาปีละประมาณ 8% เช่นกัน นอกจากนี้ ผู้ซื้อที่ต้องการลงทุนในการปล่อยเช่าและขายต่อให้ความสนใจในตลาดโซนนี้ไม่แพ้กัน เพราะผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าระยะยาว (Rental Yield) ของคอนโดฯ ในย่านนี้ประมาณ 4-5% ทำให้เหมาะสมในการซื้อทั้งเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อการลงทุนระยะยาว

ที่มา: ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

คลิกเครื่องหมาย เพื่อเพิ่มลงตะกร้าเก็บทรัพย์ที่สนใจ หรือกดอีกครั้งเพื่อลบออก
คลิกเพื่อเลือก บ้านที่ต้องการแล้วกดปุ่ม "เปรียบเทียบ" ได้เลย